Profil de NalineeOº°‘¨¤÷(`[¤* PL@NT -  £...PhotosBlogListesPlus ![]() | Aide |
|
29 mars ความในใจฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มมันยังไง ก็เหมือนกับสถานการณ์เราตอนนี้ไง ที่ฉันไม่รู้จะเริ่มยังไงดี
อยู่ๆ เราก็กลับมาเจอกันอีกครั้ง ด้วยความบังเอิญอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วมันก็ตลกดีน่ะ ที่เอาเข้าจริงๆ สุดท้ายแล้ว สำหรับที่นี่ ฉันมีเพียงเธอคนเดียวจริงๆ
ครั้งแรกที่ฉันเจอเธอที่นี่ ถึงตอนนั้น ฉันจะแปลกใจและไม่อยากจะเชื่อว่าเราจะเจอกันอีก แต่ฉันก็อดดีใจลึกๆไม่ได้ แต่สุดท้ายแล้ว การได้มาเจอเธออีกครั้ง มันยิ่งตอกย้ำความเหงาของฉันให้มันชัดเจนมากขึ้นไปอีก
บางครั้งฉันเองก็คิดว่า ฉังคงเพียงแค่เหงา และต้องการใครซักคนมาเป็นเพื่อน เพราะฉันเหนื่อยใจจริงๆน่ะ เวลาอยู่คนเดียวนานๆ ฉันไม่อยากกินข้าวคนเดียว เดินห้างคนเดียว
บางที อาจเป็นเพราะว่าฉันป่วยอยู่รึป่าว มันเลยทำให้ฉันอ่อนแอลง
ฉันก็ต้องการแค่ใครซักคน ที่ฉันไว้ใจ
แต่กับเธอ มันยากสำหรับฉัน ฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง เรื่องราวระหว่างเรามันมากเกินไป จนบางทีฉันเองก็ไม่รู้จะทำยังไงดี จนบางครั้ง ฉํนนึกอยากให้เธอเป็นคนอื่น บางทีถ้าเธอเป็นคนอื่น ฉันอาจจะไม่ต้องเหงาอย่างนี้ ฉันอาจจะรู้สึกสบายใจกว่านี้เวลานึกอยากชวนเธอไปกินข้าว หรือขอเธอพาฉันไปหาหมอเวลาที่ฉันป่วย อย่างน้อยตอนที่ฉันดูหนังผีคนเดียว ฉันก็อาจขอไปดูกับเธอ ในวันหยุดฉันคงได้มีใครซักคนไปเที่ยวกับฉัน ทำให้วันหยุดของฉันไม่สุญเปล่าไปกับการนอนกลิ้งไปมาบนเตียง มันยิ่งทำให้ฉันน้อยใจมากขึ้นไปอีก ว่าทำไมต้องเป็นฉันที่ต้องถูกปล่อยทิ้งไว้ให้อยู่คนเดียวทุกที
เวลาที่ฉันป่วย ตอนที่ฉันลุกไปหาหมอไม่ไหว มันยิ่งทำให้ฉันคิดว่า หากเพียงแค่เธอเป็นคนอื่น ฉันคงให้เธอพาฉันไปหาหมอ ขอให้เธอซื้อข้าวมาให้กิน ขอให้เธอเช็ดตัวให้ตอนไข้ขึ้นสูง ขอให้เธออยู่เป็นเพื่อน ตอนที่ฉันอ่อนแอขนาดนั้น แต่เพราะว่าเป็นเธอ ฉันเลยต้องนอนป่วยทรมานอยู่คนเดียว มันเจ็บปวดทรมานมาก จนฉันกลั้นน้ำตาไม่อยู่
เธอมักจะว่าฉันเสมอว่าฉันเรียกร้องมากเกินไป ทั้งๆที่เธอไม่เคยไม่เรียกร้องอะไรจากฉันเลย ก็อาจจะจริง เพราะฉันเพียงต้องการใครซักคนที่มาอยู่กับฉัน ในยามที่ฉันไม่มีใครเลย อยู่ในโลกของคนที่ฉันไว้ใจไม่ได้ซักคน ซึ่งเธออาจจะนึกภาพไม่ค่อยออก เพราะเธอมีคนที่พร้อมจะเคียงข้างเธออยู่แล้ว ฉันอาจจะเป็นแค่คนที่เหมือนกับเด็กขาดความอบอุ่นคนหนึ่ง ที่อยากจะเรียกร้องความรัก และความสนใจจากคนรอบข้าง เพราะมันเป็นสิ่งที่ฉันขาดมาตลอดชีวิต
บางที ฉันก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า การที่ได้รู้ว่ามีใครซักคนอยู่ข้างๆฉัน และจะไม่ทิ้งฉันต่อสู้กับโลกอันโหดร้ายตามลำพัง ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดสวยหรู คำปลอบใจดีๆ การกระทำใดๆ หรือแม้แต่ความรัก แค่ให้รู้ว่าอยู่ข้างๆ กันก็พอ
รู้อะไรไม๊ ที่นี่ถึงแม้จะมีทุกอย่าง เหมือนจะเป็นเมืองที่ไม่เงียบเหงา แต่สำหรับฉัน ที่นี่มันมีแต่ความว่างเปล่า สนุกกันก็แต่ผิวเผิน ไม่มีใครซักคนที่ฉันจะวางใจหรือคุยอะไรได้เลย ฉันเหนื่อยเหลือเกินที่อยู่แบบนี้
ฉํนไม่รู้ว่าเธอคิดยังไง กับการที่เราเจอกันอีกครั้ง หรือยังมีความรู้สึกดีๆ ที่เราเคยมีให้กันเหลืออยู่รึป่าว หรือว่าฉันเป็นเพียงแค่คนน่ารำคาญคนนึงที่บังเอิญได้เวียนมาพบเจอกันอีกรอบ แต่ฉันกลัวกับการที่จะชวนเธอหรือแม้กระทั่งจะพูดกับเธอ ทั้งๆ ที่ฉันอยากจะพบเจอและพูดคุยดีๆกับเธอเหมือนเดิม ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเราสองคนเหมือนแม่เหล็กขั้วเดียวกัน ยิ่งฉันเข้าใกล้เธอมากเท่าไหร่ เธอก็ดูห่างไกลฉันออกไปเรื่อยๆ จนบางครั้ง ฉันก็เริ่มรู้สึกว่า เธอไม่เหมือนคนที่ฉันเคยรู้จัก หรือว่าเพราะเธอลำบากใจที่จะมาอยู่ใกล้ฉัน หรือว่าเพราะกลัวใครบางคนเข้าใจผิด
บางที เราอาจจะเริ่มมีความคิดที่ตรงกันแล้วก็ได้ เราต่างคนอาจกำลังคิดว่าถ้าอีกฝ่ายเป็นคนอื่น ที่ไม่ใช่เราทั้งสอง อะไรๆ มันคงจะดีกว่านี้ ฉันคงมีความสุขกว่านี้ หากฉันมีเพื่อนซักคน ซึ่งฉันไม่รู้ว่าตอนนี้เธอยังอยากเป็นเพื่อนฉันเหมือนกับที่เธออยากเป็นเพื่อนฉันรึป่าว บางทีสำหรับเธอ ฉันอาจจะไม่มีตัวตนไปนานแล้ว การจะมาหรือจะไปของฉัน สำหรับเธอแล้ว มันคงไม่มีความหมายอะไร
ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าฉันควรเสียใจ หรือดีใจดี กับการที่เราได้พบกันอีกครั้ง
22 mars ละเหี่ยใจblog นี้เป็นขยะอารมณ์ ถ้าหลงเข้ามาแล้วไม่อยากรับขยะอารมณ์ทั้งหมด ก็ข้ามไปได้เลย
เจ้าของ Blog กำลังเซ็งสุดขีด
ขอย้ำอีกครั้ง ตามปกติทั่วไปจะไม่เป็นเยี่ยงนี้ นี่คือกรณีฉุกเฉินก่อนที่กูจะวีนแตกก
เคยเจอมั่งป่ะ กลุ่มชะนีกะอีเห็ด ที่คอยจิกกัดชาวบ้านไม่เว้นแต่ละวัน
คอยนินทาเห็นชาวบ้าน เห็นคนอื่นดีกว่าไม่ได้ ใช้เส้นสายโดยเอาเต้าไต่กันเข้าไป
ก็ใช่ซิ ก็แค่ฉันไม่ได้อยากจะเห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นหมูตอนขาวอวบเป็นคีนูรีฟหรอกน่ะ ฉันยังไม่อยากได้เอามาทับกล้วยปิ้งขาย แล้วยังไง แค่ฉันไม่เห็นผิดเป็นชอบ ไม่เคยคิดที่จะสนใจเวลาฉันจะเสนองาน พูดอะไรไปก็เหมือนกะเป่าสาก ไม่กระดิก ต้องให้คนอื่นมาพูดถึงจะได้เรื่อง แล้วก็แล้วไง แค่ฉันพยายามหลบงูให้พ้น ฉันต้องโดนจิกกัดแบบนี้อ่ะเหรอ
นี่มันเป็นความผืดฉันหรือไง แค่ฉันไม่ยอมรับว่าผู้ชายแบบนี้มันเปอร์เฟกต์ ก็แล้วไง แค่รวย ตำแหน่งใหญ่โต มันต้องทำให้ฉันยอมด้วยเหรอ นึกว่าฉันจะหาของพวกนี้ได้ด้วยตัวเองไม่ได้เหรอไง แล้วไง แค่ฉันพยายามหลบงู ก็คิดว่าฉันใช้มารยากับผู้ชายของหล่อนรึไง ฉันไม่ได้หลงผิดหน้ามืดตามัวขนาดนั้นหรอกน่ะ
แล้วแค่ผู้ชายเข้ามาติดต่องานฉันบ่อยเนี่ยะ มันทำให้พวกหล่อนต้องเจ๋อมาทุกครั้ง พยายาม discredit ฉัน มันเพื่ออะไรกัน จะบอกอะไรให้อย่างน่ะ ฉันทำเป็นแต่งาน ไต่เต้าด้วยความสามารถตัวเองอ่ะเป็น แต่ไม่ใช่เหมือนพวกหล่อนที่ต้องเอาเต้าไต่กัน
แล้วไง การที่ฉันจะมนุษสัมพันธ์ดี เพราะว่าฉันมาใหม่ ต้องเหมือนกับว่าฉันอ่อยทุกคนรึไง ฉันไม่เหมือนพวกหล่อนน่ะ ที่คลำมีหาง กูได้หมด ผู้ชายมา XXX ซักที กระดี้กระด้าเป็นไส้เดือนโดนขี้เถ้า
แล้วไง การที่ฉันใส่เสื้อผ้าถูกๆ ไม่มี brand name เหมือนพวกหล่อนมันดูแย่รึไง ฉันก็ไม่เห็นว่ากางเกงตัว 2500 ที่พวกหล่อนซื้อมาจะแต่งต่างจากตัว 250 ของฉันตรงไหน ก็แล้วไง ไม่มีใครเรียก start เงินเดือนสูงเท่าฉัน แล้วฉันก็ได้ด้วย แล้วฉันถามหน่อย คิดว่าไอ้เสื้อผ้าดีๆ ที่เอามาอวดกันเสียงดังคับออฟฟิศให้คนอื่นเค้ารำคาญเล่นเนี่ยะ มันทำให้พวกหล่อนดูดีขึ้นหรือไง ในเมื่อพวกหล่อนยังปากหอยปากปู กระแหนะกระแหนชาวบ้านอยู่แบบนี้ ถ้าไม่ถามอีตาหมูตอนหลงตัวเองจัดๆ ตัวนั้น อย่างน้อยฉันก็มั่นใจว่า ฉัน rating ดีกว่าพวกหล่อนแหล่ะ
เฮ้ออ เบื่ออออ
เบื่อสังคมขี้นินทา
เบื่อคนที่เห็นคนอื่นดีกว่าไม่ได้
เบื่อคนชอบกระแหนะกระแหน
เบื่อระบบการทำงานที่เป็นการเมืองขนาดนี้
เบื่อพวกใช้เต่าไต่
เบื่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เซ็งจังโว้ยยยย เมื่อไหร่ไอ่คนพันธ์นี้มันจะตายไปจากชีวิตกูซักที
กูเคยไปตีหัวพ่อแม่มันรึไง เลิกยุ่งกะกูทีเห๊อะ
11 mars กลัวความกลัวเกิดจากอะไรกันน่ะ ตอนเรียนก็จำได้เลือนลาง ว่ามันเกิดจากสัญชาตญาณที่ป้องกันตัวของมนุษย์ ทางพุทธศาสนาบอกว่าความกลัวทุกอย่างรวมกันอยู่ที่ความกลัวตาย
+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+
แต่ตอนนี้ ฉันกำลังกลัว และสิ่งที่ฉันกลัวมันกำลังทำให้ฉันสับสน
+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+
ฉันกลัวการเริ่มต้นใหม่ แต่ฉันก็เหงาเหลือเกินที่ต้องอยู่คนเดียวแบบนี้
ฉันกลัวที่ต้องไปเสี่ยงกับการที่อาจจะต้องเสียใจอีกครั้ง แต่ฉันก็อยู่คนเดียวมานานเหลือเกิน ความเหงามันช่างทรมานจัง
+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+
บางทีฉันก็คิดว่าทำไม ฉันต้องถูกเลือกให้อยู่คนเดียวทุกครั้ง
ฉันทำผิดอะไรนักหนา ทำไมฉันต้องเป็นคนที่ต้องมาโดดเดี่ยวทุกที
หรือเป็นเพราะว่าฉันเอง ที่เหมาะกับการอยู่คนเดียวแบบนี้
ฉันพยายามปลอบใจตัวเองทุกวัน ว่าอยู่คนเดียวก็มีความสุขได้ อย่างน้อยๆ ก็ไม่ต้องกลัวอะไรที่จะมาทำให้เสียใจอีก
+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+
แต่...ฉันจะต้องกินข้าวคนเดียวอีกนานแค่ไหน
แต่...ฉันจะต้องเดินล่องลอย ไปเที่ยวห้างวันหยุดคนเดียว เพราะไม่มีที่จะไปอีกนานแค่ไหน
แล้ว...ฉันจะหลอกตัวเองได้อีกนานแค่ไหน
ว่าจริงๆ แล้ว...ฉันเองก็ต้องการใครซักคนอยู่เคียงข้างฉัน และช่วยให้ฉันหายเหงาซักที
+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+
แต่...ฉันกลัว กลัวประวัติศาสตร์มันจะซ้ำรอย
กลัวว่าสุดท้าย...ฉันจะต้องมาร้องไห้อีกครั้ง
...เพราะแค่ทนความเหงาฉันพอทนได้ แต่ต้องกลับมาเจ็บปวดอีกครั้ง ฉันคงรับไม่ได้อีกแล้ว...
แล้วทีนี้ ฉันควรทำยังไงดี
มีใครที่พอจะตอบฉันได้บ้าง ???
เสม็ด เสร็จทุกราย...รึป่าว (ภาคดำมืด)มาต่ออีกภาคนึงของเสม็ดน่ะจ๊ะ
หลังจากที่พวกเราเล่นน้ำท้าแดด แบบครีมกันแดดไม่ต้อง รับแสงยูวีกันสุดฤทธิ์ เนื่องจากว่า มันคงไม่มีอะไรจะเสียแล้ว พวกเราก็ดำมืดกลับมากันไปแถว มันก็เลยเป็นที่มาของภาคดำมืด...ไม่ใช่หรอก จริงๆก็คือ...
ที่พักที่เราไปคือที่เสม็ดบาร์ ฟังดูดีทีเดียว ขอเล่าสภาพห้องให้ฟังก่อนน่ะ ในห้องมีเตียงไม้ที่ต่อเองขนาด 3.5 ฟุตสองเตียงวางติดกัน ที่นอนเหมือนกับเอาไม้อัดมาซ้อนๆกันไว้ คงไม่ต้องบอกถึงความแข็งมันน่ะ ผ้าปูเตียงสภาพผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน มีผ้าห่มบางๆ ให้สองผืน ข้างเตียงมีตู้ไม้วางของสภาพแย่ๆ อยู่ 1 ตู้ มีพัดลมอยู่เหนือหัวเตียงที่ดูแล้วมันน่ากลัวว่าถ้ามันพัดไปแล้วมันจะหลุดลงมาบั่นหัวพวกเรารึป่าว ไม่ต้องพูดถึงห้องน้ำ เพราะมันเป็นห้องน้ำรวม อยู่ข้างนอก มีห้องอาบน้ำให้สองห้อง และห้องส้วมอีก 1 ห้อง
ทั้งหมดที่พูดมานี่ สนนราคาเพียงแค่ 1700 บาท/คืนเท่านั้น มันเป็นจุดเดียวที่ฉันคิดว่าที่นี่น่าตั้งรกรากอยู่ก็อย่างนี้แหล่ะ สักแค่ว่ามีบ้าน มีห้องกระหลั่วๆแบ่งให้เช่า แค่นี้ก็อยู่ได้แล้ว
นั่นยังไม่เท่าไหร่ มันยังบวกความงกของป้าเจ้าของที่ซุกหัวนอนจำเป็นนี่อีก ครั้งแรกที่ตกลงราคากัน แค่คืนละ 1500 แต่พอพวกเค้าเห็นพวกฉันมีกันทั้งหมด 6 คน มันบอกเพิ่มเป็น 1700 เลย จะขูดรีดกันไปถึงไหนฟ่ะ ไม่ใช่แค่นั้น ตอนที่ฉันสระผม แล้วฉันใช้ก๊อกข้างนอกสระ ฉันเปิดน้ำสุดเลยเพราะว่าต้องล้างผมออกให้หมด อีป้านี่มาเลยครับท่าน มาด่าว่าเปิดน้ำแรง เปลือง ต้องซื้อน้ำ เดี๋ยวไม่มีน้ำอาบ ปรี๊ดขึ้นเลยครับพี่น้อง อีแพล้นท์ก็เลยบ่นออกไปดังๆให้รู้กันไปว่า โรงแรมแม่งอย่างหรูในเมืองระยองคิดค่าห้องแค่วันละ 1550 เอง นี่ห้องพักแม่งโคตรกระหลั่วซัดไป 1700 ไม่พอ ยังจะมาด่ากูอีก...เวงจิงๆ
แต่นั่นยังไม่สุดๆครับ
เนื่องจากว่าทริปนี้ที่ผิดแผนเพราะว่าน้องนุ่นและลุงโน้ตของเราชอบกินหัวกุ้งมากๆ ประโยคเด็ดของลุงโน้ตเวลาคนอื่นเค้าไม่กินหัวกุ้งกัน ก็คือ เสร็จโจรรร เป็นไงหล่ะ คืนนั้นก็เลยเสร็จโจรรร ของจริง ก็ทั้งสองคนพากันเป็นอาหารเป็นพิษกันหมดเลย เริ่มจากน้องนุ่นก่อน ดีที่น้องนุ่นอ้วกออกมาหมด ก็เลยหายไวกว่าลุง ลุงเดินเข้าห้องน้ำเป็นว่าเล่นเลย ส่วนฉันเองก็ได้แต่นอนนิ่งๆ เป็นกำลังใจทั้งสองไป เพราะอยู่ๆ ไมเกรนฉันก็กำเริบขึ้นมา ยาก็ไม่ได้เอาติดไป รู้ว่ามันลุกไปไหนกันมั่ง แต่กูปวดจนลืมตาไม่ขึ้นแล้วอ่ะ ให้คนอื่นดูแลไปก่อนน่ะ กูก็ห่วงน่ะ แต่กูลุกไม่ไหว -_-"
แต่...อย่าคิดว่ามันจะหมดแค่นี้
ก้เนื่องด้วยเรื่องทั้งหมด แบงค์กับโน้ตอ้วนก็เลยเกิดยังอยากนั่งชิวๆ ตรงเสม็ดบาร์ แต่ตอนนั้นเสม็ดบาร์ก็ปิดไปแล้ว แต่มันกิจกรรมอื่นๆต่อ จริงๆแล้วมันก็เป็นเรื่องปกติถ้ามาเที่ยวอย่างนี้ ต้องมีกิจกรรมอื่นๆต่อกันแน่นอน แต่บังเอิญไอ้ที่ฉันอยู่เนี่ยะ มันเสือกมีมากเกินปกติ จนมันไม่น่าจะเป็นบาร์ที่แบ่งให้เช่าธรรมดา จริงๆแล้ว คือมันเป็นซ่องแบ่งให้เช่าต่างหาก ถึงว่าซิ...ทำไมเด็กผู้หญิงที่อยู่ที่นี่ทุกคนถึงเรียกอีป้าโหดว่าแม่ทุกคนเลย มันย่อมาจาก แม่เล้าปากหมาโคตรเคี่ยวจอมขูดเลือดนี่เอง
จริงๆแล้ว มันก็มีมุมมืดหลบๆ อยู่ตามชายหาดเป็นหย่อมๆอยู่เหมือนกัน
ก่อนที่เหตุการณ์อันน่าจดจำยิ่งนักที่เสม็ดบาร์จะเกิดขึ้น ขณะที่พวกเราไปเที่ยว silver sand กัน ตอนทีเหนื่อยและร้อนกันแล้ว (หลังจากที่กู dance กระจายเลย) ฉันและลุงโน้ตก็เลยเดินเรื่อยเปื่อยไปตามชายหาด สิ่งที่ฉันคาดคิดว่าอาจจะเจอก็คือ อาจเจอคู่หนุ่มสาวที่อยากจะดื่มด่ำกับบรรยากาศทะเลอย่างใกล้ชิด ซึ่งถ้าเจอฉันคงไม่ตกใจเท่าไหร่ เพราะทำใจไว้ล่ะ แต่ผิดคาด กูเจอแต่ผู้ชายยย เป็นคู่ๆเลยยยย
อย่าเพิ่งคิดว่าเสม็ดดูแย่น่ะ เพียงแต่ไอ้สิ่งที่ฉันไปเจอเสือกแย่เท่านั้นเอง
ดังนั้นคำแนะนำก็คือ ถ้าอยากไปเที่ยวเสม็ดหรือที่ไหนๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ในช่วง long weekend ก็เตรียมการหาที่พักล่วงหน้านานๆแล้วกันน่ะ ไม่งั้นอาจได้มาพักที่เสม็ดบาร์น่ะจ๊ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน เหอะๆๆๆ
8 mars เสม็ด เสร็จทุกราย...รึป่าว (ภาคสวยงาม)ขอเล่าเรื่องไปเสม็ดให้ฟังหน่อยน่ะ ถึงจะผิดแผนไปบ้าง แต่ก็สนุกชะมัด
ตัวละครทั้งหมดในตอนนี้ก็จะมีหกคนด้วยกัน คือ ลุงโน้ต โน้ตอ้วน อีตูม แบงค์ น้องนุ่น และฉันเอง
เริ่มแรก ตอนประมาณ 6.20 ได้ อีตูมโทรมาบอกว่ากำลังจะออกเดินทางแล้ว แล้วเนื่องด้วยว่าพวกมันมารถส่วนตัว แต่ฉันต้องนั่งรถโดยสารและระยะทางก็ไกลกว่า ดังนั้นฉํนเลยรีบตาลีตาเหลือกออกจากบ้าน ปรากฎว่า ฉันต้องไปรอพวกมันเกือบ 20 นาที
เรารีบออกกันเช้า เพราะพวกเรายังไม่ได้จองที่พักไว้ ก็เลยต้องหาเอาดาบหน้า เนื่องจากว่าเป็นวันหยุดยาว คนเลยเยอะมาก ต้องรอขึ้นเรืออยู่ซักพักใหญ่ ตอนขณะรอก็เห็นกลุ่มสาวจริง และสตรีเหล็กยืนกันเป็นกลุ่มๆ พวกหนุ่มๆของเรา ก็แสดงท่าหื่นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนอีตูมของเราก็ยืดอกรับสุดฤทธิ์...กูสวยยย แต่ที่แน่ๆ 1 ในกลุ่มสาวๆร่างบึกจ้องโน้ตอ้วนจนแทบจะกลืนมันเข้าไปได้แล้ว พอถึงเกาะ โน้ตอ้วนของเราก็เลยโดนแทะโลมไปซ่ะเกือบหมดตัว แต่ขนาดพุงยังเท่าเดิม
พอถึงเกาะ ช่วงเช้าก็หมดไปกับการหาที่พัก หาเช่ารถ และหาที่พักพิงที่ชายหาด แต่ที่แน่ๆ ข้าวมื้อนั้น สุดโหดมากก ข้าวผัดจานเปล 1 จาน ราคา 400 บาท ทะเลเผาชุดขนาดน่ารักน่าชังอีก 350 บาท ส้มตำปูม้าใส่ฝาด้านบนของกล่องโฟมขนาดมาตรฐาน 50 บาท ไก่ย่างอีกประมาณ 2 ปีกเต็มอีก 40 บาท ถ้าจะต้องอยู่ที่นี่ทุกวัน คาดว่ากูจะต้องกินทรายต่างข้าวแน่นอน
ในช่วงบ่าย พวกผู้ชาย (รึป่าว) ก็พากันไปเล่นน้ำกัน ส่วนพวกผู้หญิงสวยอย่างเรา กลัวแดด ขอหลบไปนอนก่อน ถึงแม้มันจะร้อนชิบหาย แต่กูก็ยังอุตส่าห์หลับได้ซ่ะงั้น มีเรื่องตลกแบบขำไม่ออกนิดหน่อย ตรงที่ไอ่อ้วนของเรา เกิดน้อยใจว่าไม่มีใครเล่นด้วย แล้วเสือกอยากเดินเป็นนายแบบเล่นริมหาด มันก็เลยเดินไปเรื่อยๆ ขอบอกว่ามันเดินไปไกลมากกกก ไปนานมากกกก โทรศัพท์ก็ไม่เอาไป ปล่อยให้พวกเราทั้งหมดสรรเสริญมันเป็นการใหญ่ ตอนมันกลับมา มันทำหน้าตาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ช่างไม่รู้อะไรมั่งเลย ไอ้สาดดด ชอบปล่อยให้เค้าเป็นห่วงกัน
หลังจากนั้น เราก็กลับที่พักเพื่อไปอาบน้ำอาบท่า เตรียมตัวเที่ยวต่อกลางคืน ส่วนเรื่องที่พักเรานั้น พักไว้ก่อน เพราะมันคือ...ทีเด็ด...
และช่วงเวลาที่ดีที่สุดของ trip นี้ก็มาถึง เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า อากาศก็เย็นสบาย แล้วพวกเราก็อาบน้ำสบายตัวกันทุกคนแล้ว เราก็ออกหาที่กิน ร้านที่ไปคือ ร้านเจี๊ยบโภชนา อยู่แถวอ่าวไผ่ ขอบอกว่าเด็ดมาก เด็ดจริงๆ สุดๆ หลังจากที่เจออะไรมามากมายทั้งวัน เจออาหารที่นี่แล้วรู้สึกว่ากำลังฟื้นตัวเลยทีเดียว เราสั่งมาเหมือนไม่ได้กินอะไรมาซักชาติกว่า กินกันให้ตายไปข้าง แต่หมดไปแค่ 1300 เศษๆ กับระดับทีมชาติ 6 คน คุ้มสุดๆ
จริงๆมันขาดไม่ได้สำหรับทุก trip กินเหล้าเคล้าต่างเพศ (ใครเป็นเพศไหน ก็ไปเคล้ากับเพศตามรสนิยมอันน่ะ) เราไปต่อที่ silver sand ซึ่งก็อยู่ใกล้ๆกัน ครั้งแรกที่เราไปถึง จากการประมาณการคร่าวๆ ด้วยสายตา คาดว่าจะมีประชากรชะนีและอีแอบประมาณร้อยละ 70 หลังจากที่เพลงเริ่มมันส์ขึ้นเรื่อยๆ และเวลาก็เริ่มดึกขึ้นเรื่อยๆ ก็ดูเหมือนว่าประชากรชะนีและอีแอบก็จะแปรผันตามเวลาและจังหวะเพลงไปด้วยเหมือนกัน จากแค่ร้อยละ 70 เพิ่มเป็น 80 90 และในสุดมันก็ 100% Oh My God!!! ดิฉันหลงมาใน Gay World
เอาเป็นว่านี่คือด้านที่สวยงามใน trip นี้ แต่...มันยังมีด้านมืดอีกมากมาย แต่เนื่องจากว่ามีภารกิจต้องไปจัดการต่อ ก็ทิ้งไว้แค่นี้แล้วกัน ว่างๆจะมาต่ออีกให้จบน่ะจ๊ะ
|
|
|